ร้านผ้าม่านคุณภาพ คลิกที่นี่เพื่อโทร 080-5961556  /  Line: @tstcurtain

  • Anti-Dust & Allergic Care
    ให้คุณหายใจได้อย่างเต็มปอดด้วยผ้าม่านที่ช่วยลดการเกาะติดของฝุ่น

    มารู้จักการทำงานของสารเคลือบ Anti-Allergy ที่ช่วยลดการเกาะติดของฝุ่น ในนวัตกรรมผ้าม่านลดภูมิแพ้ Allergy Care กันค่ะ

    ผ้าม่านคอลเลคชั่น Allergy Care นวัตกรรมผ้าม่านเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยป้องกันไรฝุ่น และลดการเกิดของโรคภูมิแพ้ หลายคนคงสงสัยว่า ผ้าชนิดนี้มีกรรมวิธีผลิตและกระบวนการที่ช่วยป้องกันฝุ่นอย่างไร วันนี้เรามีคำอธิบายมาฝากกัน

    ผ้าม่าน Allergy Care ผ่านการผลิตด้วยกระบวนการแซนนิไทซ์ (Sanitized) จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมเคลือบผ้าด้วยสารเคลือบ Anti-Allergy ที่จะสร้างชั้นฟิล์มใสระดับ Micro Particle (ขนาดเฉลี่ย 20 nm.) เคลือบบนเส้นใยผ้า ทำให้ผิวผ้าเรียบ ลดการเกาะติดของฝุ่นตามร่องหรือรูบนเนื้อผ้าได้ถึง 50% ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคภูมิแพ้ และช่วยยับยั้งเชื้อรา แบคทีเรีย และกลิ่นอับชื้น ปลอดภัยไร้สารพิษตกค้างโดยเฉพาะกับเด็ก ผู้สูงอายุ และทุกคนในครอบครัว

    เมื่อผ้าอมฝุ่นน้อย ภูมิแพ้ก็ไม่เกิด

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากร้านไทยแสงทองผ้าม่าน ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าของ VC Fabric อย่างเป็นทางการ

    #ผ้าม่าน #ผ้าม่านกันฝุ่น #ผ้าม่านกันภูมิแพ้ #ผ้าม่านไม่อมฝุ่น #ผ้าม่านเพื่อสุขภาพ

    Credit: http://www.vc-fabric.com/product/anti-dust-allergic-care/

  • ทำไมอยู่บ้านแล้วอาการภูมิแพ้หนักกว่าอยู่นอกบ้าน มาฟังคำตอบและวิธีหลีกเลี่ยงอาการภูมิแพ้จากคุณหมอกันค่ะ

    ถามตอบเรื่องปัญหาภูมิแพ้ในบ้าน กับนพ.วรุตม์ ทองใบ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

    ร้านไทยแสงทองผ้าม่าน เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของ VC Fabric อย่างเป็นทางการ

    Credit: http://www.vc-fabric.com/
  • ผ้า Dim-Out VS Black Out ใครดีกว่ากัน

    ก่อนจะมาเปรียบกัน ว่าใครดีกว่าใคร เรามาดูความแตกต่างกันก่อนว่า ผ้า Dim-out, Black out คือผ้าอะไรมีคุณสมบัติอะไร

    ผ้า Dim-out หรือที่นิยมเรียกว่า ผ้ากันแสง, ผ้าม่านยูวี เป็นผ้าที่ทอด้วยเทคนิคพิเศษ ซึ่งมีเส้นด้ายสีดำทอแทรกระหว่างชั้นผ้า ทำให้ผ้าชนิดนี้มีการซ้อนทับกันถึง 3 ชั้นผ้า มีคุณสมบัติในการกันแสงสว่างเข้ามาภายในห้องถึง 85% เป็นอย่างน้อย และไม่สามารถมองเห็นเส้นด้ายสีดำได้จากภายนอก ได้อีกด้วย

    ผ้า Black Out ในหลายประเทศมีการเรียกผ้า Dim-out ว่า Black out แล้ว เรียกผ้า Black Out Coating ผ้า Black Out คือผ้าม่านชนิดพิเศษที่เป็นการทอผ้าที่มีการเคลือบด้านหลังถึง 3 ชั้นและ 4 ชั้น ในกรณีของการเคลือบด้วยโฟมสีขาว (Foam Coating) ชั้นบนสุดและโฟมสีดำแทรกในชั้นที่ 2 และ ชั้นที่ 3 ของผ้าจะเป็นการเคลือบด้วยโฟมสีขาวดังกล่าว หรือและในกรณีของการเคลือบด้วยซิลิโคน จะเป็นการเคลือบชั้นที่ 4 ด้วย Silicone เป็นชั้นสุดท้าย การเคลือบโฟมและซิลิโคน มีคุณสมบัติในการกันแสงสว่างเข้ามาภายในห้องถึง 100%

    ผ้าม่านทั้ง 2 ประเภทนี้ ยังสามารถป้องกันความร้อนและดูดซับรังสี UV ที่จะส่องผ่านเข้ามาในห้องทั้งช่วยประหยัดพลังงาน จากการใช้เครื่องปรับอากาศและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ผ้าม่าน Dim-out และ Black out เหมาะกับทุกห้องภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอน และห้องโฮมเธียเตอร์ หรือ ออฟฟิตสำนักงาน และ โรงแรมต่าง ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน

    Credit: http://www.nitas-tessile.com/

  • เคล็ดลับง่ายๆ การทำความสะอาดม่านม้วน

    ม่านม้วน (Roller Blinds) เป็นม่านที่ใช้บังแสงสว่างจากภายนอกและช่วยตกแต่งบ้านให้สวยงาม เมื่อติด ม่านม้วนมได้สักระยะหนึ่งแล้วอยากทำความสะอาดจะทำอย่างไรเรามาดูกันค่ะ
    เนื่องจากม่านม้วนเป็นสินค้าที่ดูแลรักษาได้ง่าย เนื่องจากมีการเคลือบ scotch gard ทำให้ฝุ่นไม่เกาะติดที่ตัวม่านได้มากนัก และถ้าเราทำความสะอาดม่านม้วนอยู่เสมอ สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของม่านม้วนได้นานยิ่งขึ้นด้วย การทำความสะอาดม่านม้วนไม่อยากอย่างที่คิด วิธีทำความสะอาดง่ายๆ มีดังนี้
    1.ถ้าม่านม้วนมีคราบฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเพียงเล็กน้อย สามารถใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นจากตัวม่านม้วนได้เลย
    2.หากมีคราบสกปรกฝังแน่น ไม่จำเป็นต้องนำไปซัก เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำเล็กน้อยแล้วเช็ดทำความสะอาดจุดที่เป็นคราบสกปรกเบาๆ จากนั้นใช้ผ้าแห้งมาเช็ดอีกรอบ หรือจะนำเครื่องดูดฝุ่นมาดูดสิ่งสกปรกออกก็ได้เหมือนกัน

    โดยปกติแล้ว ม่านม้วน เป็นสินค้าที่ดูแลรักษาได้ง่ายมาก เนื่องจากมีการเคลือบ scout gard และสารป้องกันไฟฟ้าสถิต ทำให้ฝุ่นไม่สามรถเกาะติด ม่านม้วน ได้มาก เพียงใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นออกจากม่านม้าวน ก็ทำให้ฝุ่นตกลงมาที่พื้นได้อย่างง่ายดาย และไม่เกิดไฟฟ้าสถิตอีกด้วย
    ส่วนในกรณีที่ม่านม้วนมีคราบสกปรกมาก เราสามารถใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนๆ บิดให้หมาด แล้วทำความสะอาดตรงบริเวณที่มีคราบสกปรก เช็ดตามด้วยผ้าแห้ง เพียงเท่านี้ม่านม้วนก็สะอาดขึ้นทันตา

    ม่านม้วนที่ทำมาจากวัสดุ PVC polyester หรือ polyester acrylic cloating จะทำความสะอาดง่ายกว่า วัสดุที่มีส่วนผสมของผ้าเยอะ เพราะม่านม้วนบางชนิด สามารถทำความสะอาดได้ โดยการใช้น้ำยาล้างจาน เช็ดตรงคราบสกปรกแล้วเช็ดให้แห้งตามได้เลย

    credit: http://www.biw.co.th

  • เคล็ดลับเลือกม่านให้สวยโดนใจ เพราะผ้าม่านเป็นได้ทั้งของแต่งบ้านและม่านบังแสงแดดไปในตัว ลองมาดูวิธีเลือกผ้าม่านกันค่ะ

    ม่าน เป็นของตกแต่งบ้านที่แทบทุกบ้านขาดไม่ได้ เพราะนอกจากผ้าม่านจะช่วยเติมสไตล์การแต่งบ้านให้ดูสมบูรณ์แบบมากขึ้นแล้ว จุดประสงค์หลักๆ ของการติดผ้าม่านนั้นก็เพื่อให้ช่วยบดบังแสงแดดจากภายนอก พร้อมทั้งเป็นไอเทมช่วยบดบังสายตา สร้างพื้นที่ส่วนตัวให้บ้านได้อีกต่างหาก แต่การติดผ้าม่านให้สวยเข้ากับบ้าน กลายเป็นของแต่งบ้านที่ใครเห็นก็ต้องออกปากชมต้องทำอย่างไร ลองมาดูเคล็ดลับติดผ้าม่านให้สวยโดนใจกันค่ะ

    1. เลือกลักษณะผ้าม่านให้ตอบโจทย์การใช้งาน
    หากคุณต้องการแค่ให้ม่านช่วยบดบังสายตาจากภายนอกเบาๆ และไม่มีปัญหากับแสงแดดที่จะส่องเข้ามาในบ้าน อย่างนี้ควรเลือกผ้าม่านที่ผลิตมาจากผ้าคอตตอนหรือผ้าเนื้อบางเบาอื่นๆ ซึ่งจะมีลักษณะพลิ้วลม ดูสบาย แต่ถ้าหากต้องการให้ผ้าม่านกันแสงแดดกันยูวี แบบนี้ผ้าม่านเนื้อหนาหนัก เช่น ผ้าดิมเอ้าท์ หรือผ้าแบล็คเอ้าท์ อาจจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้มากกว่า

    2. จัดรูปแบบม่านที่ใช่
    นอกจากลักษณะของเนื้อผ้าม่านแล้ว ม่านยังมีความแตกต่างที่รูปแบบการเย็บด้วยเช่นกัน โดยรูปแบบผ้าม่านที่นิยมกันมากที่สุดจะเป็นม่านแบบจีบ ม่านลอน ม่านพับ และม่านตาไก่ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็ต่างสไตล์อยู่พอสมควร อย่างม่านแบบจีบก็จะดูคลาสสิก เรียบง่าย ม่านพับอาจเพิ่มรายละเอียดให้การตกแต่งหน้าต่างขึ้นมาอีกหน่อยด้วยความที่เป็นม่านพับในแนวตั้ง แต่ถ้าอยากได้ความโมเดิร์น ติดม่านตาไก่ก็น่าจะเวิร์กกว่า ทั้งนี้ต้องดูพื้นที่ที่จะติดตั้งด้วยว่าเหมาะสมกับรูปแบบอะไร

    3. ความยาวของม่านต้องเหมาะสม
    ความเหมาะสมในที่นี้ต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานผ้าม่านของแต่ละบุคคลด้วย หากคุณต้องการติดม่านให้บ้านดูหรูหรา และไม่ค่อยเปิด-ปิดม่านบ่อยนัก น่าจะติดม่านเนื้อหนาหนักที่ยาวลากพื้นมาสักประมาณ 1-3 นิ้ว ขึ้นไป เหมือนบ้านสไตล์อังกฤษ แต่สำหรับคนที่ต้องการติดม่านที่เน้นใช้งานบ่อย ทำความสะอาดง่าย ความยาวม่านควรสูงจากพื้นบ้านไม่เกิน 1 เซนติเมตร

    4. รางม่านก็สำคัญ
    ผ้าม่านกับรางผ้าม่านเป็นของคู่กัน แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าควรติดรางม่านแบบไหนจะโอเคที่สุด เอาเป็นว่าหากคุณชอบเปิด-ปิดม่านบ่อยๆ เลือกติดรางผ้าม่านชนิดลูกล้อ เช่น รางม่านตัวเอ็ม หรือรางม่านตัวซีจะดีกว่าเพราะลื่นและเปิดปิดง่าย แต่หากติดม่านเพื่อเน้นความสวยงามเลือกใช้รางโชว์ ชนิดรางเหล็ก รางอลูมิเนียม หรือรางม่านชนิดไม้ก็แล้วแต่ชอบ

    5. ความกว้างของม่านควรกว้างกว่าขอบหน้าต่าง
    การติดผ้าม่านที่ถูกต้องควรต้องติดผ้าม่านให้มีความกว้างกว่าขนาดขอบหน้าต่าง ซึ่งจะช่วยให้หน้าต่างของบ้านดูกว้างขวางขึ้น เพิ่มความโปร่ง พร้อมเติมเต็มความเป็นบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นด้วย

    credit: www.kapook.com


  • การตกแต่งบ้านให้สวยอย่างมีสไตล์อีกรูปแบบหนึ่ง คือ การติดม่านม้วน/มู่ลี่ กับผ้าม่านคู่กัน เป็นการตกแต่งที่ลงตัวทำให้มีความสวยงามและดูแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ช่วยสร้างบรรยากาศที่แตกต่างจากเดิมและทำให้บ้านของคุณมีความทันสมัยน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบทั้งม่านม้วน/มู่ลี่ และผ้าม่าน แต่เลือกไม่ถูกว่าจะติดแบบไหนดีก็สามารถติดคู่กันได้เลย โดยใช้ม่านม้วน/มู่ลี่ แทนผ้าโปร่ง
Visitors: 162,702